ค่าเงินบาทวันนี้ (8 ก.ค.) เปิดตลาดแข็งค่าที่ 36.07 บาท บทวิจารณ์ล่าสุด

วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 รายงานจากห้องค้าเงิน ธนาคารกสิกรไทย เผยว่า ค่าเงินบาท วันนี้ (8 ก.ค.) เปิดตลาดแข็งค่าขึ้นที่ 36.07 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อเปรียบกับดีกรีปิดตลาดสิ้นวันกระทำการก่อนหน้า โดยกรอบการเคลื่อนไหววันนี้คาดคะเนแนวรับที่ 35.90 บาท แนวต้านที่ 36.15 บาท

โดยต้นเหตุขับเคลื่อนเคลื่อนตลาดมาจากการที่สมาชิกธนาคากลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงผลักดันการขึ้นผลกำไรที่ได้จากเงินต้น 75 bps อีกรอบ ในระหว่างที่สหรัฐขาดดุลการค้า 8.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนเดือนพฤษภาคม แย่กว่าคาด

ด้านนายบอริส หน้าจอห์นสัน ประกาศลาออกมาจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ข้างหลังเผชิญข้อมูลข่าวสารอื้อฉาว และถูกกดดันจากการลาออกของคณะรัฐมนตรีกว่า 50 คน ขณะที่สมาชิกสถาบันการเงินกลางยุโรป (อีซีบี) มีข้อคิดเห็นให้มีการทยอยขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ฟากจีนกำลังพิจารณาอัดฉีดเงินเข้าระบบอีก 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งข้างหลังของปีนี้

สำหรับเหตุที่จำเป็นต้องติดตามในวันนี้ ดังเช่นว่า สล็อต รายงานตัวเลขการว่าจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ

ค่าเงินบาท

ค่าเงินบาทของไทย เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับภูมิภาค?

เหตุการณ์เงินบาทและสกุลเงินเอเชียอื่นๆ ปัจจุบันยังคงประสบแรงกดดันด้านอ่อน ค่าเงินบาท ราวๆ 5.0-8.5% (ยกเว้น เงินเยนที่อ่อนค่าลงถึง 15.2%) ทำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบหลายปีท่ามกลางคำสัญญาณเร่งขึ้นผลกำไรที่ได้จากเงินต้นของสถาบันการเงินกลางสหรัฐฯ ซึ่งเร็วกว่าสถาบันการเงินกลางในฝั่งเอเชีย โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบแทบจะ 6 ปีครึ่งที่ 36.35 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่มองไปยังสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคล้วนอ่อนค่าลงมากในรอบหลายปีด้วยเหมือนกัน อาทิ เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าสุดในรอบแทบจะ 24 ปี เงินเปโซฟิลิปปินส์อ่อนค่าสุดในรอบ 16 ปีครึ่ง เงินวอนเกาหลีใต้อ่อนค่าสุดในรอบ 13 ปี เงินริงกิตมาเลเซียอ่อนค่าสุดในรอบเกือบจะ 5 ปีครึ่ง เงินด่องของเวียดนามอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 2 ปี และเงินรูเปียห์อินโดนีเซียอ่อนค่าสุดในรอบ 1 ปี 10 เดือน

การอ่อนค่าของสกุลเงินในเอเชีย นอกนั้นจะทำให้เกิดผลเสียทางอ้อมไปยังสถานการณ์เงินเฟ้อแล้ว ยังมีผลกระทบต่อดุลการค้าในระดับที่ไม่เหมือนกัน บางประเทศมีดุลการค้าที่พลิกมาเป็นขาดดุล เนื่องมาจากค่าเงินที่อ่อนส่งผลให้มูลค่าการนำเข้าเร่งตัวสูงมากขึ้น เนื่องมาจากประเทศพวกนั้นยังจำเป็นจะต้องเกิดการนำเข้าสินค้าที่จำเป็น โดยยิ่งไปกว่านั้นในพวกน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ ในกรณีของไทยบันทึกยอดขาดดุลการค้าในตอน 5 เดือนแรกของปี 2565 ที่ 4.73 พันล้านดอลลาร์ฯ เหมือนกับญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตามมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ยังอาจจะบันทึกยอดเกินดุลการค้าได้ในปีนี้ เพราะว่าโครงสร้างผลิตภัณฑ์ส่งออกที่มีสัดส่วนผลิตภัณฑ์โภคภัณฑ์และอิเล็กทรอนิกส์สูง และค่าเงินที่มีอัตราการอ่อนค่าต่ำยิ่งกว่า

ถึงแม้บางประเทศจะยังอาจจะมีดุลการค้าที่เกินดุล แต่คงจะต้องยอมรับว่า โอกาสการปรับขึ้นผลกำไรที่ได้จากเงินต้นของสถาบันการเงินกลางสหรัฐฯ ที่เร่งขึ้นและมีความต่อเนื่องมากมายยิ่งกว่า ทำให้เกิดผลเสียให้ประเทศในแถบเอเชียล้วนเจอแรงกดดันจากความผันผวนของกระแสเงินที่มีในช่วงเริ่มต้นไหลออก ซึ่งรูปส่วนหนึ่งส่วนใดสะท้อนผ่านอันดับเงินที่เตรียมเผื่อเอาไว้ตอนประเทศของหลากหลาย ประเทศในเอเชียที่ทยอยปรับตัวลงอย่างสม่ำเสมอมาตั้งแต่ต้นปี 2565 ช่วงเวลาที่ในกรณีของไทย ข้อมูล ณ 24 มิ.ย. 2565 เงินกักเก็บเผื่อเอาไว้ช่วงประเทศสุทธิ (รวม Net forward position) ปรับตัวลงแล้วประมาณ 2.80 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564

เพราะเหตุนี้ ค่าเงินบาท สถานการณ์ที่ไทยจำเป็นที่จะต้องจัดการนั้น มีลักษณะที่ใกล้เคียงกันกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย นั่นก็คือ ผลกระทบจากเรื่องดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่า ซึ่งเพื่อค่าเงินบาทของไทย คาดว่า แรงกดดันด้านอ่อนค่าน่าจะทยอยคลายตัวลงได้บ้าง หากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคการไปเที่ยวของไทยเริ่มมีรูปที่กระจ่างเพิ่มขึ้นในระยะด้านหน้า

เงินบาทวันนี้เปิด‘อ่อนค่า’สุดรอบ5ปีกว่าครั้งใหม่

สำหรับ แนวโน้มค่าเงินบาท มองว่า การอ่อนค่าอย่างเร็วจนแตะชั้นเชิง 36 บาทต่อดอลลาร์ นั้นหลักๆ แล้วมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย รวมถึงการอ่อนค่าลงหนักของสกุลเงินฝั่งยุโรป จากความหนักใจแนวโน้มเศรษฐกิจหลักเสี่ยงเสื่อมถอย ส่งผลให้พวกเรามองว่า ถ้าตลาดยังอาจจะไม่ค่อยสบายใจรูปเศรษฐกิจตกต่ำอยู่ เงินดอลลาร์ก็ยังมีโอกาสได้แรงหนุนต่อเนื่อง กดดันเงินบาทอ่อนค่าลงได้

ทั้งนี้ จุดกลับตัวของเงินดอลลาร์อาจกำเนิดขึ้นในช่วงการประชุมเฟดปลายเดือนก.ค.นี้ ถ้าเฟดไม่ได้ส่งคำสัญญาณพร้อมเร่งขึ้นดอกเบี้ยเร่าร้อน แต่เหตุบังเอิญเงินบาทอ่อนค่าทะลุ 36 บาทต่อดอลลาร์ยังมีอยู่

หากทางการจีนกลับมาใช้มาตรการ Lockdown อีกรอบ หลังเริ่มมีรายงานยอดผู้ติดเชื้อในจีนเพิ่มอีกขึ้น ซึ่งถ้ารูปดังกล่าวข้างต้นกำเนิดขึ้นในเวลาที่ไทยก็เริ่มเจอการระบาดระลอกใหม่ ก็คงจะยิ่งกดดันค่าเงินบาท ผ่านแรงขายหุ้นไทยของนักลงทุนต่างด้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงเทขายหุ้นกลุ่มไปเที่ยวและธีมการเปิดเมือง (Reopening Theme)

แม้กระนั้น เรามองว่า ค่าเงินบาท ความผันผวนสูงของเงินบาทในบัดนี้ อาจส่งผลให้ทาง ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาช่วยลดความผันผวนลงได้ ซึ่งคงช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาท เพื่อที่จะให้ผู้ประกอบกิจการสามารถปรับอุบายปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ทัน นอกเหนือจากนั้นนี้

พวกเราประเมินว่า ผู้ส่งออกคงจะเริ่มกลับมาทยอยขายเงินดอลลาร์ได้ ข้างหลังเงินบาทอ่อนค่าแตะโซน 36 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งคงจะช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้เช่นเดียวกัน ระหว่างที่หัวหน้าเข้าจำนวนมากได้ทยอยซื้อเงินดอลลาร์ไว้พอเหมาะสมแล้ว นำมาซึ่งการทำให้ภาพ Panic Buy เงินดอลลาร์จากผู้นำเข้าอาจจะไม่ได้เกิดขึ้น และมองว่าผู้นำเข้าคงจะรอโอกาสการย่อตัวของเงินบาทกลับมาต่ำกว่า 36 บาทต่อดอลลาร์

ตลาดการเงินผันผวนหนักและอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลใจแนวโน้มเศรษฐกิจหลัก อย่างสหรัฐฯ และ ยุโรป อาจชะลอตัวลงหนักจนไปสู่สภาพตกต่ำ ภายหลังที่ ข้อมูลเศรษฐกิจตอนนี้จากฝั่งยุโรป อย่างดัชนี PMI ได้ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ซึ่งความไม่สบายใจแนวโน้มเศรษฐกิจเสี่ยงที่จะไปสู่สภาวะถดถอยดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น ได้กดดันให้มูลค่าและราคาผลิตภัณฑ์โภคภัณฑ์ อาทิ มูลค่าน้ำมันดิบปรับตัวลงหนักกว่า -10% ส่วนในฝั่งตลาดหุ้นผู้ที่ทำเกี่ยวกับการลงทุนก็พากันเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มอีกมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ส่งผลให้ดรรชนี STOXX600 ของยุโรป ตรงลงกว่า -2.11% นำโดยการปรับตัวลดน้อยลงของหุ้นในหมู่อุตสาหกรรมที่อ่อนไหวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ อย่าง หมู่พลังงาน BP -7.0%, Total Energies -6.4% และหมู่การเงิน Santander -3.2%, HSBC -3.0%

ส่วนในฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดต่างเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเช่นกัน มีผลให้ดัชนี S&P500 ปรับตัวลงไปกว่า -2.0% ก่อนที่จะจะรีบาวด์ขึ้น จนปิดตลาดที่ +0.16% หนุนโดยแรงซื้อ Buy on Dip หุ้นเทคฯ ใหญ่ อาทิ Alphabet (Google) +4.2%, Amazon +3.6% ซึ่งแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคฯ รวมถึงหุ้นสไตล์ Innovation (ARK Innovation ETF +9.1%) นั้นมาจากการปรับตัวลดลงต่อเนื่องของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ท่ามกลางมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่เริ่มประเมินว่าเฟดอาจจะไม่สามารถเร่งขึ้นดอกเบี้ยเร่าร้อนได้ หากเศรษฐกิจชะลอตัวลงเด่นชัด

There aren't any posts currently published under this tag.