วันเข้าพรรษา 2565 เปิดประวัติ-ที่มากิจกรรมแห่เทียนพรรษา

วันเข้าพรรษา ปี 2565 ดิ่งกับวันพฤหัสบดีที่ 14 กรหลักเกณฑ์าคม หรือ แรม 1 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาซึ่งมี “ประเพณีหล่อเทียนเข้าพรรษา” ประเพณีสำคัญที่กระทำต่อกันมาบ่อยๆทุกปีเมื่อใกล้ถึงฤดูเข้าพรรษาเนื่องจากพระภิกษุจำเป็นต้องเกิดการจุดธูปเทียนเพื่อจุดบูชา สวดมนต์ทำวัตร ทุกเช้า-เย็น ตลอดระยะเวลาฤชมฝนที่มีตั้งเวลา 3 เดือนตามที่พระกฎระเบียบบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น วัน เข้าพรรษา

ดังนั้น พุทธศาสนิกชนทั้งหลายก็เลยพร้อมใจกันหล่อเทียนเข้าพรรษาสำหรับให้พระภิกษุจุดเป็นการกุศลทานอย่างหนึ่ง เพราะเหตุว่าเชื่อเรื่องกันว่า สำหรับการให้ทานด้วยแสงขาวจะมีอานิสงส์เพิ่มเติมพูนเชาวน์ปัญญา มีดวงตาสว่างไสว

วันเข้าพรรษา

จุดสำคัญของการเข้าพรรษา

ขณะเข้าพรรษานั้นเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านประสมอาชีพทำไร่นา เพราะฉะนั้นการจำกัดให้ภิกษุสงฆ์ยุติการเดินทางจาริกไปในสถานที่ต่าง ๆ ก็จะช่วยทำให้พันธุ์พืชของต้นกล้าหรือสัตว์เล็กสัตว์เล็กน้อยไม่ได้รับความย่ำแย่จากการเดินธุดงค์ สล็อต

หลังจากเดินทางจาริกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนามาเป็นขณะ 8-9 เดือน ช่วงเข้าพรรษาเป็นตอนที่ให้พระภิกษุสงฆ์ได้สิ้นสุดพัก วัน เข้าพรรษา

เป็นตอนที่พระภิกษุสงฆ์จะได้ประพฤติปฏิบัติธรรมสำหรับตนเอง และศึกษาเล่าเล่าเรียนพระธรรมระเบียบวินัยตลอดจนจัดเตรียมการสั่งสอนให้กับประชาชนเมื่อถึงวันออกพรรษา

เพื่อได้มีจังหวะอบรมสั่งสอนและบวชให้กับกุลบุตรผู้มีอาสมัยรบบวช อันเป็นกำลังสำคัญสำหรับเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อจากนี้ไป

เพื่อจะให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญกุศลเป็นการพิเศษ ดังเช่น กระบวนการทำบุญตักบาตร หล่อเทียนพรรษา ถวายผ้าอาบน้ำฝน รักษาศีล เจริญภาวนา ถวายจตุเหตุไทยธรรม งดเว้นอบายมุข และมีโอกาสได้รับฟังพระธรรมเทศนาตลอดระยะเวลาเข้าพรรษา

พิธีกรรมของพุทธศาสนิกชน อันเนื่องในเข้าพรรษานั้น

พุทธศาสนิกชนมีความประพฤติปฏิบัติบุญตักบาตรกัน ๓ วัน คือวันขึ้น ๑๔ – ๑๕ ค่ำ และวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ และขนมที่นิยมทำกันใน วันเข้าพรรษา ได้แก่ ขนมเทียน และท่านสาธุชนที่มีความเคารพนับถือพระภิกษุวัดใด ก็จัดเครื่องสักการะ อย่างเช่น น้ำตาล น้ำอ้อย สบู่ แปรง ยาสีฟัน พุ่มเทียน ฯลฯ นำไปถวายพระภิกษุวัดนั้น ยังมีสิ่งสักการะบูชาที่พุทธศาสนิกชนนิยมกระทำกันเป็นงานบุญน่ารื้นเริงอีกประการหนึ่งคือ “เทียนเข้าพรรษา” บางแห่งจะมีการกล่าวบุญเพื่อที่จะร่วมหล่อเทียนแท่งใหญ่ แล้วแห่ไปตั้งในวัดอุโบสถ เพื่อจะจุดบูชาพระรัตนตรัยตลอด ๓ เดือน การแห่เทียนจำนำพรรษาหรือเทียนเข้าพรรษาจัดเป็นงานเอิกเกริก มีฆ้องกทดสอบประโคมอย่างครึกครื้น และเทียนนั้นมีการหล่อหรือแกะเป็นลวดลายและปลำดับตกแต่งกันอย่างงดงาม

เทศการเข้าพรรษานี้ หยิบกันว่าเป็นเทศกาลพิเศษ พุทธศาสนิกชนจึง เร่งรีบในการบุญบุญกุศลยิ่งกว่าทั่วไปบางคนตั้งใจรักษาอุโบสถตลอด ๓ เดือน บางบุคคลใส่ใจยอมรับฟังเทศน์แต่ละวันพระตลอดพรรษา มีผู้ตั้งใจทำความดีต่าง พิเศษขึ้น ทั้งมีผู้งดเว้นการกระทำบาปกรรมในเทศกาลเข้าพรรษา และคนอาศัยสาปัจจัยแห่งเทศกาลเข้าพรรษาตั้งสัตย์ปฏิญาณเลิกละอายมุกและความชั่วสามานย์ต่าง ๆ โดยชั่วกัลปาวสาน ก็เลยนับเป็นบุคคลที่ควรได้รับการยกย่องสรรเสริญและได้รับสิ่งอันเป็นมงคล

เกิดเทียนพรรษา

ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู นับถือวัวด้วยเหตุว่าถือว่า วัวเป็นพาหนะของพระอิศวร เมื่อวัวตาย จะเอาไขจากวัวมาทำเป็นน้ำมันเพื่อจะจุดบูชาพระผู้เป็นเจ้าที่ตนเคารพ แต่ชาวพุทธซึ่งนับหยิบศาสนาพุทธจะทำเทียนเพื่อที่จะจุดบูชาพระรัตนตรัย โดยการเอารังผึ้ง ร้างมาต้มเอาขี้ผึ้ง แล้วฟั่นเป็นเทียนเล่มเล็ก ๆ มีความยาวตามต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ยาวเป็นคืบ หรือเป็น ศอกแล้วใช้จุดบูชาพระ

เทียนพรรษา เริ่มมีมาตั้งแต่ยุคพุทธกาล ชาวพุทธจะยึดจับเป็นประเพณีนำเทียนไป ถวายพระภิกษุในเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อจะปรารถนาให้ตนเองเป็นผู้เฉลียวฉลาดมากจริงๆ มีไหวพริบ ประดุจ แสงสว่างของดวงเทียน วัน เข้าพรรษา

เทียนพรรษา คือ เทียนขนาดใหญ่และยาวเป็นพิเศษกว่าเทียนประเภทอื่น เพื่อจุดในโบสถ์ตั้งแต่ วันเข้าพรรษา กระทั่งวันออกพรรษา (พจยาวนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2525)

ในการถวายสิ่งของที่ขาดไม่ได้สำหรับการอยู่พรรษา ดังเช่นว่า ผ้าอาบน้ำฝน เทียนพรรษา ต้นแบบและกรรมวิธีของกิจกรรมประเพณี (เริ่มแรก) แต่เดิมกิจกรรมมีเพียงแต่ชาวบ้านด้วยกันบริจาค โดยการนำรังผึ้งมาต้มเอาขี้ผึ้งไปฟั่นเป็นเทียนนำไปถวายพระภิกษุ เอาเทียนเล่มเล็กๆ หลากหลาย เล่ม มามัดรวมกันเป็นลำต้นคลายกับต้นกล้วย หรือลำไม้ไผ่ แล้วนำไปตกหลุมพรางฐาน และจัดขบวนแห่ไปถวายพระที่วัด ซึ่งการมัดรวมกันแบบนี้เป็นต้นเหตุหนึ่งที่นิยมเรียกกันว่า ต้นเทียน หรือต้นเทียนพรรษา

การเข้าพรรษาตามพระวินัย แบ่งเป็น 2 ชนิด

ปุริมพรรษา (เขียนอีกหนึ่งอย่างที่มีว่า บุริมพรรษา) คือ การเข้าพรรษาแรก เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 (เพื่อปีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน จะเริ่มต้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง) กระทั่งวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หลังจากออกพรรษาแล้ว พระที่อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือน ก็มีสิทธิที่จะรับกฐินซึ่งมีช่วงเวลาเพียงหนึ่งเดือน นับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12

ปัจฉิมพรรษา คือ การเข้าพรรษาหลัง ใช้ในเรื่องที่พระภิกษุต้องเดินทางไกลหรือมีปัจจัยสุดวิสัย นำมาซึ่งการทำให้กลับมาเข้าพรรษาแรกในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไม่ทัน จำเป็นจะต้องรอไปเข้าพรรษาข้างหลัง คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 9 แล้วจะไปออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งเป็นวันหมดเขตทอดกฐินพอดี ด้วยเหตุนี้พระภิกษุที่เข้าปัจฉิมพรรษาจึงไร้จังหวะได้รับกฐิน แต่ก็ได้พรรษาเหมือนกันกับพระที่เข้าปุริมพรรษาเช่นเดียวกัน

หลักธรรมที่ควรจะปฏิบัติ

ระหว่างเทศกาล วันเข้าพรรษา พุทธศาสนิกชนนิยมไปวัด ถวาย ทาน รักษาศีล ยอมรับฟังธรรมและเจริญจิตภาวนา ซึ่งเป็นการเว้นจากพฤติกรรมความชั่วบำเพ็ญความดีและชำระจิตให้สะอาดแจ่มใสเคร่งครัดยิ่งขึ้น หลักธรรมสำคัญที่สนับสนุน คุณความดีดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วก็คือ “วิรัติ”คำว่า “วิรัติ” หมายถึงว่าการงดเว้นจากบาป และความชั่วต่าง ๆ จัดเป็นมงคลธรรมข้อหนึ่ง เป็นเหตุนำบุคคลผู้เอาอย่างไปสู่ความสงบสุขไม่เป็นอันตรายและความก้าวหน้ารุ่งเรืองกว่าที่เคยเป็นไปวิรัติ การงดเว้นจากบาปนั้น จำแนกออกได้เป็น 3 ประการ คือ

1. สัมปัตตวิรัติ ตัวอย่างเช่นการงดเว้นจากบาป ความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ด้วยเกิดความรู้สึกละอาย (หิริ) และกำเนิดวิชาความรู้สึกเกรงกลัวบาป(โอตตัปปะ) ขึ้นมาเอง อาทิเช่น บุคคลที่ได้สมาทานศีลไว้ เมื่อถูกเพื่อที่จะนคะยั้นคะยอให้ดื่มสุรา ก็ไม่ย่อมดื่มเพราะว่าละอาย และเกรงกลัวต่อบาปว่าไม่ควรที่ชาวพุทธจะทำการแบบนั้นในตอนพรรษา

2. สมาทานวิรัติ ตัวอย่างเช่นการงดเว้นจากบาป ความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ด้วยการสมาทานศีล ๕ หรือศีล ๘ จากพระสงฆ์โดยเพียรระมัดระวังไม่ส่งผลให้ศีลขาดหรือด่างพร้อย ถึงแม้มีสิ่งยั่วยวนภายนอกมาเร้าก็ไม่แปรปรวนหรือเอนเอียง

3. สมุจเฉทวิรัติ อย่างเช่นการงดเว้นจากบาป ความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ได้อย่างเฉียบขาดโดยดิ่งเป็นคุณธรรมของพระอริยเจ้า ถึงกระนั้นสมุจเฉทวิรัติ อาจจะเอามาประยุกต์ใช้กับบุคคลผู้งดเว้นบาปความชั่วและอบายมุขต่าง ๆ ในเวลาพรรษากาลแล้ว แม้ออกพรรษาและก็มิกลับไปกระทำหรือข้องแวะอีก อย่างเช่นกรณีผู้งดเว้นจากการดื่มสุราและสิ่งเสพติดเวลาพรรษากาล และรวมทั้งงดเว้นได้ชั่วนิรันดร ฯลฯ

There aren't any posts currently published under this tag.