ศรีลังกา : เมื่อพลเมืองลุกฮือโค่นอำนาจผู้บังคับบัญชา เป็นบทเรียนต่อไทยหรือไม่

ประชาชนเดินเข้าออกทำเนียบผู้บริหาราธิบดี ศรีลังกา ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก กระโดดเล่นน้ำในสระคลายร้อน จนเหมือนที่พำนักของผู้ปกครองประเทศกลับกลายเป็นสถานที่ไปเที่ยวไปแล้ว แต่ในสายตาของนักวิชาการ ที่เฝ้าเฝ้าสอดส่องแสดงตัวการณ์ที่เกิดขึ้น มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในศรี ลังกาเป็น “บทเล่าเรียนสำคัญ” ต่อประธานประเทศ ทั้งไทย และหลายประเทศในเอเชีย

ศรีลังกา

นับแต่ผู้ประท้วงบุกทำเนียบผู้บริหาราธิบดีศรีลัง กาของโกตาบายา ราชปักษา ในกรุงโคลัมโบ ณ เวลาสุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา จนถึง 11 ก.ค. หมวดหมู่เขายังไม่ไปไหน นอกจากนั้นพลเมืองทั่วๆไปยังจับจังหวะเข้าไปดีเลิศดูอย่างคึกคัก ถึงแม้รัฐบาลเด็ดเดี่ยวว่า ปธน.ราชปักษา จะลาออกแน่ๆในวันที่ 13 ก.ค.

สาเหตุที่ชาวศรี ลัง กาลุกฮือบุกทำเนียบผู้บริหาราธิบดี-วางเพลิงเผาบ้านพักนายกฯ เพื่อเรียกร้องให้ปธน.ราชปักษา และนายกฯ รานิล วิกรมสิงเห ลาออกรับไม่ถูกชอบต่อการจัดการประเทศที่บกพร่อง จนศรี ลังกาจมตรงในวิกฤตเศรษฐกิจไม่ดีที่สุดในรอบ 70 ปี นับแต่ได้รับเอกราช

ศ.กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู ผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า และคงจะารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองพลังมวลชนที่โค่นหัวหน้าในศรีลัง กาเป็น “บทเล่าเรียนถึงประธานประเทศ…หากทราบตัวของเราเองไร้ความสามารถ ก็ควรจะยอมปล่อยอำนาจให้รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ”

พร้อมมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในศรีลัง กา ถึงแม้ตระกูล “ราชปักษา” จะขึ้นสู่อำนาจอย่างถูกต้องแม่นยำตามระบอบประชาธิปไตย แต่ “หมวดหมู่เขาชะล่าใจเกินไป…ปลื้มที่เขาเป็นฮีโร่ที่จัดแจงกับกบฎทมิฬ แต่ก็จะต้องแยกประเภท เราเหมาไม่ได้ว่า ประชาชนจะผลักดันเราได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาปากท้อง”

จะกำเนิดอะไรขึ้นเมื่อผู้บริหาราธิบดีลาออก ?

เมื่อ “โกตาบายา ราชปักษา” ประธานาธิบดี ศรีลังกา ยื่นคำร้องขอลาออกก่อนครบวาระ รัฐสภาคงจะเฟ้นสมาชิกสภาคนหนึ่งเป็นประธานาธิบดี และการแต่งตั้งผู้บริหาราธิบดีคนใหม่จำเป็นที่จะต้องทำข้างในขณะ 1 เดือน นับตั้งแต่ผู้บริหาราธิบดีลาออก

รัฐสภาจะต้องประชุมภายใน 3 วัน

ถ้าผู้บริหาราธิบดีลาออก จำเป็นที่จะต้องมีการเรียกประชุมรัฐสภาภายใน 3 วันนับตั้งแต่ประธานาธิบดีลาออก ในการประชุมดังที่กล่าวถึงแล้ว หมายเลขาธิการรัฐสภาจะต้องแจ้งการลาออกของผู้บริหาราธิบดีให้รัฐสภาทราบ และจำเป็นที่จะต้องเฉพาะเจาะจงวันที่จะรับการพรีเซ็นท์รายชื่อในตำแหน่งที่ว่าง

กรรมวิธีการนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

ถ้าเกิดการพรีเซ็นท์ชื่อสมาชิกรัฐสภาเพียงคนเดียว หมายเลขาธิการรัฐสภาควรต้องประกาศว่าบุคคลนั้นได้รับคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง แต่ถ้ามีผู้ได้รับการเสนอชื่อมากมายยิ่งกว่าหนึ่งคน จะมีการลงคะแนนลับ และผู้ที่จะได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจะต้องเป็นคนที่ได้รับคัดสรรค์ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก

ตามรัฐธรรมนูญของศรีลัง กา นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันนี้ควรเป็นผู้รักษาการประธานาธิบดี ในกรณีนี้ เมื่อ “โกตาบายา ราชปักษา” ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี ด้วยเหตุนั้น “รานิล วิกรมสิงเห” จึงควรปฏิบัติภารกิจรักษาการผู้บริหาราธิบดี เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน กระทั่งรัฐสภาจะคัดสรรค์ประธานาธิบดีคนใหม่

หนึ่งในรัฐมนตรีจึงควรขึ้นมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี ศรีลังกา หน้าใหม่ก็เลยจะสามารถดำรงตำแหน่งถัดไปได้

เพราะเหตุใดจำเป็นต้องดึงเกมถึงช่วงเข้าพรรษา

ถึงแม้นายกฯ ศรีลัง กาจะประกาศลาออก ส่วน ปธน.ราชปักษา ก็จัดเตรียมลงจากตำแหน่งในวันที่ 13 ก.ค. แต่ ผศ.ดร.จิรายุทธ์ สินธุพันธุ์ สล็อต ผู้อำนวยการศูนย์เอเชียใต้ทำความเข้าใจ จุฬาลงกรณ์สถาบันระดับปริญญา ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ว่า การเปลี่ยนผ่านจะยังไม่เกิดในรวดเร็วทันใจ ๆ นี้ ขณะนี้ ศรีลัง กาอยู่ด้านในภาวะ “สูญญากาศทางการเมือง”

ส่วนต้นเหตุผลที่ ปธน.ราชปักษา ไม่ลาออกในทันทีทันใด เพราะเหตุว่าควรจะเป็นจัดการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองให้เรียบร้อยก่อน เพราะว่าเดี๋ยวนี้ ศรีลัง กากำลังพูดคุยกับกองทุนการเงินตอนประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ เรื่องเงินที่ยังติดค้างอยู่และจะต้องใช้คืนมหาศาลของประเทศ

นอกจากนี้ วันที่ 13 ก.ค. ก็เป็นวันเข้าพรรษาด้วย ซึ่งประเทศที่นับจับศาสนาพุทธเป็นพื้นอย่าง ศรีลังกา หยิบเป็นการเริ่มต้นวันจบสิ้นยาว ก็เลยมองว่า “เป็นการซื้อระหว่าง เพื่อที่จะคิดหาทางออก การประท้วงและบุกทำเนียบผู้บริหาราธิบดี มันฉับพลันมาก” และ “พวกเรายังไม่ทราบดีว่าตัวประธานาธิบดีราชปักษาไปอยู่ตรงไหน”

“ถ้าเป็นไทยนะ ทหารออกมาแล้ว”

“ในสถานการณ์อย่างนี้ ในสูญญากาศทางการเมืองอย่างนี้ ถ้าเป็นประเทศไทยนะ ทหารออกแล้ว” ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ โฆษก “เจาะลึกทั่วๆไป Inside Thailand” ตั้งข้อสังเกตกลางรายการเมื่อ 11 ก.ค.

แต่ ผศ.ดร.จิรายุทธ์ มองว่า ตามประวัติศาสตร์กองทัพของศรีลัง กา ทหารไม่ค่อยขยับเขยื้อนในเหตุการณ์ลักษณะนี้ แต่ก็เตือนว่า สถานการณ์การเมืองโลกในช่วงเวลานี้ “คาดคาดเดาอะไรไม่ได้”

ประเด็นนี้ ศ.กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ ชี้ว่า ถ้าการยึดอำนาจ (ของกองทัพ) ทำให้มีการเกิดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจได้ “ประเทศที่ทำเช่นนี้อาจปรับปรุงก้าวหน้าไปมากแล้ว” และมองว่าการวางตัวของทหารศรี ลังกาช่วงนี้ถือว่าเหมาะสม เนื่องจากว่า “ทหารไม่ควรฝักใฝ่ฝ่ายใด”

ส่วนผู้กระทำการผิดก็ให้เป็นไปตามบริบทของหลักเกณฑ์หมาย พร้อมยกตัวอย่าง ผู้ประท้วงบุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อต้นปีให้หลัง ซึ่งยังคงเป็นคดีความอยู่ในขณะนี้, การประท้วงขับไล่สมัยก่อนผู้บริหาราธิบดีปาร์ก กึน-ฮเย ของเกาหลีใต้ และการประท้วงประปรายในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสังคมอุดมสันติ กองทัพก็ไม่ได้ออกมาแทรกแซง

“ทหารมีหน้าที่คุ้มครองป้องกันประเทศ ปล่อยให้มวลชนแก้ไขปัญหาในหมวดประชากรด้วยกัน ตามกระบวนการประชาธิปไตย”

ราชันเทนนิสยังคุ้นเคยถอนตัว…ผู้นำก็ควรทราบเวลาวางมือ

“ผมชอบ ราฟาเอล นาดาล ที่ถอนตัวจากการแข่งขัน รอบเซมิไฟนอล” ศ.กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ พูดถึงข้อมูลข่าวสารใหญ่ในวงการกีฬา ที่เกิดขึ้นในศึกเทนนิสวิมเใบเสร็จรับเงินดัน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเทียบทัศนคติของนาดาล ตอนบอกเหตุผลว่า “ความสำราญสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดตำแหน่ง” และ “เขาต้องการเคารพตนเอง” เพราะการไปแข่งในสภาวะที่ไม่บริบูรณ์ ไม่เพียงไม่เคารพต่อตัวเอง แต่ยังไม่ให้เกียรติผู้ชม ที่อยากดูเกมการประลองที่ผู้เล่นทุกท่านเล่นอย่างเต็มที่

“มันก็เหมือนเรื่องอำนาจ หากปล่อยอำนาจไป ผมมั่นใจว่าหมวดเขาไม่อดตายหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทราบว่าตนเองไม่อยู่ด้านในสภาวะจะบริหารประเทศได้”

ศ.กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ ยังชี้ถึงความสวยงามของระบอบประชาธิปไตยที่สะท้อนออกจากสิ่งที่กำเนิดขึ้นใน ศรีลังกา ว่า แม้จะได้อำนาจมาโดยถูกใจธรรม แต่หากปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่เป็นที่พึงรู้สึกชื่นชอบ หรือกระตุ้นให้เกิดอุปสรรคต่อประเทศชาติ “ประชาชนก็ต้องมีจังหวะตัดสิน…ได้แก้ไขความผิดพลาดของตนเองเองที่คัดสรรค์คนผิดขึ้นมา” แต่อาจจะารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ยืนหยัดว่า ไม่ได้ผลักดันการใช้ความรุนแรง หรือภาพการจลาจลเหมือนที่เกิดขึ้นอยู่กับการบุกทำเนียบประธานาธิบดีศรีลัง กา และวางเพลิงเผาบ้านพักผ่อนนายกฯ

และยิ่งเป็น “หัวหน้าที่ได้อำนาจมาอย่างไม่ถูกต้องแม่นยำ” “ไม่ได้มาจากฉันทามติของสามัญชน” “เคยคำสัญญาว่าจะอยู่ในอำนาจไม่นาน” แต่ “ยังอยู่ถึงรายวันนี้ และต้องการอยู่ถัดไป” อีกทั้งที่ผลงานก่อนหน้านี้ มิได้แก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศได้

ศ.กิตติคุณ ดร.ไชยวัฒน์ มานะทำความเข้าใจแนวความคิดของ “หัวหน้า” รูปพรรณนี้ว่า “เขาคงมีความรู้สึกว่า อยู่ ๆ ไปมันก็จะดีขึ้น ประเทศขาดเขาไม่ได้…หากไร้พวกเราแล้ว ชาติจะเผชิญปัญหามากยิ่งกว่านี้” ซึ่งถือเป็นทัศนคติของหัวหน้าที่หลงไหลในอำนาจ แต่ยิ่งช้านานวันไป กลับยิ่งเหน้าจอแต่ข้อขัดแย้ง และตัวเราเองก็มีสมรรถนะน้อยเกินไปจะปรับปรุงแก้ไขได้

พร้อมใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในศรีลัง กาขณะนี้ เป็นข้อเตือนใจโดยไม่เจาะจงประเทศว่า แม้ว่าจะเป็นรัฐบุรุษผู้จบสิ้นความขัดถกเถียง การปกครองใต้ผู้บังคับบัญชาที่มาจากการเฟ้นตั้งอย่างชอบธรรม หรือเกลียดธรรม แต่ถ้าจัดการประเทศได้ชั่วร้าย

“ประชากรก็ระเบิดความน้อยเกินไปใจได้…อย่างที่ศรี ลังกาได้ระเบิดออกมาแล้ว”

There aren't any posts currently published under this tag.